นาฬิกา Royal Oak Pocket Watch จากความร่วมมือ Audemars Piguet x Swatch ที่ทำให้คนทั้งโลกยอมต่อแถว
นาฬิกา Audemars Piguet Swatch ราคา 67,000 บาท ขายได้ 252,000 บาท ในตลาดมือสอง ปรากฏการณ์การร่วมมือระหว่างแบรนด์หรูกับแบรนด์มาสและผลกระทบต่อวงการนาฬิกา

ปรากฏการณ์การต่อแถวเพื่อนาฬิกา Audemars Piguet Swatch
เช้าวันเปิดตัวนาฬิกา Audemars Piguet Swatch รุ่น Royal Oak Pocket Watch หน้าร้าน Swatch ที่สยามและเอ็มควอเทียร์เต็มไปด้วยผู้คนที่มาต่อแถวตั้งแต่รุ่งเช้า ภาพที่เกิดขึ้นกลางเดือนพฤษภาคมนี้ไม่ได้เกิดแค่ในไทยเท่านั้น ลอนดอน ปารีส โตเกียว นิวยอร์ก — ทั่วโลกกว่า 220 สาขาต่างก็เกิดภาพเดียวกัน และมีถึง 20 สาขาที่ต้องปิดร้านชั่วคราวเพราะปัญหาความปลอดภัยจากผู้คนที่แห่มาจนล้นหลาม นี่คือพลังของการคอลแลบระหว่างแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกอย่าง Audemars Piguet กับแบรนด์นาฬิกามาสมาร์เก็ตอย่าง Swatch ที่ออกแบบนาฬิกาพกเป็นครั้งแรก
นาฬิกาเรือนเล็ก ๆ เพียงเรือนเดียวทำไมถึงสร้างกระแสได้ขนาดนี้? แค่สูตร "ของแบรนด์หรูแต่ราคาถูก" คงอธิบายไม่หมด เพราะตั้งแต่ปี 2022 ที่ทั้งสองแบรนด์เคยทำคอลแลบ MoonSwatch มาแล้วก็ได้รับความนิยมมาก แต่ครั้งนี้ดูจะร้อนแรงกว่าเดิมอีก จากรายงานของสื่อหลายสำนักระบุว่า ในวันเปิดตัว เว็บไซต์ Audemars Piguet มีผู้เข้าชมมากกว่าจำนวนผู้เข้าชมทั้งปีถึง 10 เท่า การที่ Audemars Piguet ซึ่งยึดมั่นในความหายากและความพิเศษเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ กลับมาร่วมมือกับ Swatch ที่ผลิตนาฬิกาหลายล้านเรือนต่อปี นั่นคือการทำลายกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของวงการนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง
ทำไมตอนนี้แบรนด์หรูถึงหันมาจับมือกับแบรนด์มาส
ปีที่แล้ว Audemars Piguet ขายนาฬิกาได้เพียงประมาณ 50,000 เรือน และมีกำลังการผลิตเพิ่มได้อีกแค่ 20,000 เรือนเท่านั้น ในขณะที่ Swatch ผลิตนาฬิกาปีละประมาณ 4.4 ล้านเรือน ความแตกต่างอย่างสุดขั้วของสองแบรนด์นี้กลับมาจับมือกัน ที่ซ่อนอยู่ข้างหลังคือความกังวลว่า "อุตสาหกรรมนาฬิกาต้องอยู่รอด" ตามรายงานของสื่อในประเทศ CEO ของ Audemars Piguet เคยกล่าวว่า "ยุคที่ผู้คนซื้อนาฬิกาเพียงเพื่อดูเวลาผ่านไปแล้ว" ในยุคที่สมาร์ทโฟนทำหน้าที่บอกเวลาได้อย่างสมบูรณ์ นาฬิกากลไกจึงถูกนิยามใหม่ให้เป็นเครื่องมือแสดงความชอบ อัตลักษณ์ และการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม
การร่วมมือกับ Swatch ครั้งนี้คือกลยุทธ์ดึงดูดกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวและลูกค้าใหม่ในกระบวนการนิยามใหม่นั้น ราคา Royal Oak Pocket Watch ถูกกำหนดไว้ที่รุ่น Lépine 385 ยูโร (ประมาณ 67,000 บาท) และรุ่น Savonnette 400 ยูโร (ประมาณ 70,000 บาท) เมื่อเทียบกับ Royal Oak รุ่นต้นแบบที่ราคาหลักล้าน นี่คือการลดกำแพงการเข้าถึงลงอย่างมาก แต่หลังจากเปิดตัว ในตลาดมือสองออนไลน์มีการซื้อขายกันที่ราคาเฉลี่ย 1,440 ยูโร (ประมาณ 252,000 บาท) และส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 192,000-324,000 บาท คิดเป็นพรีเมียม 3-4 เท่าของราคาต้นทุนเลยทีเดียว
คำถามที่พบบ่อย
- นาฬิกา Royal Oak Pocket Watch ซื้อได้ที่ไหน
- Royal Oak Pocket Watch วางขายเฉพาะที่ร้าน Swatch ออฟไลน์ทั่วโลกเท่านั้น ไม่มีขายออนไลน์ ในไทยสามารถซื้อได้ที่ร้าน Swatch สาขาสำคัญอย่างสยาม เอ็มควอเทียร์ แต่ช่วงเปิดตัวมีผู้คนแห่ซื้อจนบางสาขาต้องปิดชั่วคราวเพราะปัญหาความปลอดภัย แนะนำให้ตรวจสอบสถานะร้านก่อนไป
- ราคานาฬิกา Royal Oak Pocket Watch เท่าไหร่
- ราคาทางการของ Royal Oak Pocket Watch อยู่ที่รุ่น Lépine 385 ยูโร (ประมาณ 67,000 บาท) และรุ่น Savonnette 400 ยูโร (ประมาณ 70,000 บาท) แต่หลังเปิดตัว ในตลาดมือสองมีการซื้อขายกันที่ราคาเฉลี่ย 252,000 บาท และส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 192,000-324,000 บาท
- การคอลแลบระหว่าง Audemars Piguet กับ Swatch นี้เป็นครั้งแรกหรือ
- ไม่ใช่ครั้งแรก ทั้งสองแบรนด์เคยทำคอลแลบ MoonSwatch ในปี 2022 ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของ Omega Speedmaster และได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างมาก Royal Oak Pocket Watch ครั้งนี้เป็นการคอลแลบครั้งที่สองที่ตีความ Royal Oak รุ่นต้นแบบของ Audemars Piguet
- การซื้อ Royal Oak Pocket Watch มาขายต่อถือว่าถูกกฎหมายไหม
- การซื้อขายมือสองระหว่างบุคคลถือว่าถูกกฎหมาย แต่การกักตุนแล้วขายต่อแบบมืออาชีพอาจถูกควบคุมตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ในไทยยังไม่มีกฎหมายชัดเจนเกี่ยวกับการรีเซลนาฬิกา แต่ทางแบรนด์ได้ขอให้ระงับการซื้อเกินความจำเป็น

