วิธีทำกิมจิจิเก หมูสามชั้น สูตรต้นตำรับเกาหลี น้ำซุปเข้มข้นแบบร้านดัง
สูตรกิมจิจิเก หมูสามชั้นแบบฉบับเกาหลีแท้ ใช้กิมจิหมักนานกับหมูสามชั้น ได้น้ำซุปเผ็ดร้อนเข้มข้น ทำง่ายที่บ้าน อร่อยเหมือนร้านเกาหลี

ทำไมสูตรกิมจิจิเกนี้ถึงต่างจากที่อื่น?
กิมจิจิเกที่ใช้กิมจิหมักนานผสมกับน้ำมันหมูสามชั้น ถือเป็น soul food ของคนเกาหลีเลยก็ว่าได้ แค่หม้อเดียวก็ทำให้ข้าวสักหม้อหายไปได้อย่างรวดเร็ว สูตรนี้เราจัดเต็มตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การปรับไfire จนถึงเทคนิคทำให้ได้รสชาติแบบร้านเกาหลีของแท้ ใครๆ ก็ทำตามได้ง่ายที่บ้าน
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
วัตถุดิบหลัก
- กิมจิหมักนาน 200g (ใช้กิมจิเปรี้ยวก็ได้)
- หมูสามชั้น 150g (หรือหมูสันคอก็ได้)
- เต้าหู้ 1/2 แผ่น
- ต้นหอม 1/2 ต้น
- พริกขี้หนูสวน 1 เม็ด (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
เครื่องปรุงและน้ำซุป
- น้ำเปล่าหรือน้ำซาวข้าว 2 ถ้วย (400ml)
- พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำกุ้งเกาหลี 1 ช้อนชา (หรือน้ำปลา)
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
วิธีทำกิมจิจิเก – สไตล์ร้านเกาหลี
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมวัตถุดิบ
หั่นกิมจิหมักนานเป็นชิ้นพอคำ ประมาณ 3-4 ซม. ถ้าหั่นยาวเกินไปจะกินลำบาก หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นขนาดพอๆ กัน เต้าหู้หั่นแผ่นบางๆ หนาประมาณ 1.5 ซม. ต้นหอมหั่นเฉียง พริกขี้หนูสวนหั่นวงบางๆ เตรียมไว้
ขั้นตอนที่ 2: ผัดกิมจิให้หอม
ใช้หม้อดินเกาหลีหรือหม้อทั่วไป ไม่ต้องใส่น้ำมัน ใส่หมูสามชั้นลงไปผัดด้วยไฟกลางก่อน พอน้ำมันเริ่มออกแล้วใส่กิมจิที่หั่นไว้ลงไปผัดรวมกันประมาณ 2-3 นาที เห็นกิมจิเริ่มใสและดูดน้ำมันหมูเข้าไปแล้วก็ถือว่าผ่าน
ขั้นตอนที่ 3: ใส่น้ำซุปและปรุงรส
เทน้ำเปล่า (หรือน้ำซาวข้าว) ลงในหม้อที่ผัดกิมจิไว้ ตามด้วยพริกป่น กระเทียมสับ ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ตั้งไฟแรงให้เดือดก่อน แล้วลดเป็นไฟกลาง เคี่ยวต่อ 10-15 นาที ช่วงนี้กิมจิจะนิ่ม รสชาติจะซึมลงน้ำซุปได้อย่างเต็มที่
ขั้นตอนที่ 4: ใส่เต้าหู้และปรับรสชาติ
พอน้ำซุปเริ่มข้นและลดลงพอดี ใส่เต้าหู้ลงไป เคี่ยวต่ออีก 5 นาที ปรุงรสด้วยน้ำกุ้งเกาหลีตามชอบ โรยต้นหอมและพริกขี้หนูสวน เคี่ยวพอเดือดอีกครั้งก็เสร็จแล้ว ก่อนปิดไฟหยดน้ำมันงาสัก 2-3 หยดจะได้กลิ่นหอมๆ เพิ่มขึ้นมา
เคล็ดลับทำให้อร่อยแบบมือโปร
กิมจิหมักนาน vs กิมจิเปรี้ยว: ถ้าไม่มีกิมจิหมักนานก็ใช้กิมจิเปรี้ยวได้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่าเปรี้ยวไม่พอให้เติมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
เลือกส่วนหมูให้เหมาะสม: หมูสามชั้นจะให้รสชาติกลมกล่อมที่สุด แต่ถ้าอยากได้แบบไม่เลี่ยนมากก็ใช้หมูสันคอหรือหมูสันในก็ได้ รสชาติจะเบาและหวานกว่า
ใช้น้ำซาวข้าวแทนน้ำเปล่า: น้ำซาวข้าวจะทำให้น้ำซุปมีความเข้มข้นและหอมหวานขึ้น ถึงแม้ใช้แค่น้ำเปล่าก็อร่อยอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากได้รสชาติเลเวลขึ้นอีกขั้นลองใช้น้ำซาวข้าวดูนะ
ปรับความเค็มให้พอดี: น้ำกุ้งเกาหลีจะใช้แทนกันกับน้ำปลาได้ ใครชอบรสชาติอ่อนๆ ก็ใช้เกลือปรุงรสก็พอ เพราะกิมจิแต่ละยี่ห้อความเค็มไม่เท่ากัน สิ่งสำคัญคือต้องชิมรสก่อนปิดไฟเสมอ
เมนูเข้าคู่กับกิมจิจิเก
ข้าวสวยร้อนๆ สักชามใหญ่คือพื้นฐาน ถ้าเพิ่มไข่ดาวด้านบนแล้วให้ไข่แดงไหลลงน้ำซุปจะได้รสชาตินุ่มลิ้นมากขึ้น เสิร์ฟคู่กับสาหร่ายเกาหลี กิมจิหัวไชเท้า หรือแตงกวาน้ำจิ้มก็ครบมื้อแล้ว ใครอยากอิ่มแน่นๆ ใส่เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงไปเพิ่มก็เด็ดไม่แพ้กัน
วิธีเก็บและอุ่นใหม่
กิมจิจิเกที่เหลือใส่ภาชนะปิดสนิทแล้วเก็บในตู้เย็นได้ 2-3 วัน ตอนอุ่นใหม่เติมน้ำเปล่าลงไปนิดหน่อยแล้วตั้งไฟให้เดือด น้ำซุปจะกลับมาสดใหม่เหมือนเดิม หลายคนบอกว่ากิมจิจิเกที่พักไว้ข้ามคืนกลับมีรสชาติเข้มข้นและอร่อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
- ทำกิมจิจิเกไม่ใส่หมูได้ไหม?
- ได้เลย ถ้าไม่ใส่หมูสามชั้นก็ใช้ทูน่ากระป๋องหรือแค่เต้าหู้อย่างเดียวก็อร่อยแล้ว กิมจิจิเกทูน่าจะมีไขมันน้อยกว่าและรสชาติเบา เหมาะกับคนที่คุมอาหาร ถ้าเติมน้ำมันงาหรือน้ำมันเปอริลล่าลงไปนิดหน่อยจะได้กลิ่นหอมเพิ่มขึ้น
- กิมจิหมักนานเปรี้ยวเกินไปต้องทำยังไง?
- ล้างกิมจิด้วยน้ำเปล่าสักครั้งหนึ่ง หรือเพิ่มน้ำตาลอีก 1 ช้อนชาเพื่อช่วยตัดรสเปรี้ยว อีกวิธีคือหั่นหอมใหญ่ครึ่งหัวใส่ลงไปด้วย รสหวานจากหอมจะช่วยทำให้รสเปรี้ยวนุ่มนวลลง
- อยากได้กิมจิจิเกรสจัดขึ้นต้องเพิ่มอะไร?
- เพิ่มพริกป่นเกาหลีให้มากขึ้น หรือใส่พริกขี้หนูสวน 2-3 เม็ด ถ้าใส่พริกเผาเกาหลี 1/2 ช้อนโต๊ะจะได้ทั้งรสจัดและน้ำซุปข้นขึ้นด้วย แต่ระวังสีจะเข้มขึ้นมาก ค่อยๆ ปรุงตามชอบนะ
- ต้องใช้หม้อดินเกาหลีเท่านั้นหรือเปล่า?
- หม้อดินเกาหลีเก็บความร้อนได้นานจริง วางบนโต๊ะอาหารก็ยังร้อนๆ อยู่ แต่ใช้หม้อทั่วไปก็ทำได้เหมือนกัน รสชาติไม่ต่างกันเลย ไม่ว่าจะหม้อสแตนเลส หม้อเคลือบ หรือหม้อชนิดไหนก็ใช้ได้หมด



